TH EN

ข้อมูลบริษัท

หน้าหลัก > ข้อมูลบริษัท > เกี่ยวกับบริษัท > สารจากประธานกรรมการ

สารจากประธานกรรมการ

รายงานคณะกรรมการบริษัท

เศรษฐกิจไทยในปี 2561 เติบโตต่อเนื่องโดยมีการขยายตัวร้อยละ 4.0 ปรับตัวดีขึ้นจากการขยายตัวร้อยละ 3.9 ในปี 2560 ซึ่งปัจจัยหลักมาจากการส่งออกสินค้าขยายตัวในเกณฑ์สูง ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนชะลอตัวเล็กน้อย เพื่อรอความชัดเจนของการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นในช่วงต้นปี 2562 ตาม road map ที่รัฐบาลประกาศไว้ การบริโภคภาคเอกชนทรงตัวซึ่งมาจากราคาผลผลิตทางการเกษตรไม่ค่อยดีนัก ขณะที่บรรยากาศเศรษฐกิจโลกไม่ค่อยแจ่มใสจากสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา ด้านอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้าง โครงการลงทุนภาครัฐ Mega projects ขยายตัวในกรอบที่จำกัด เนื่องจากต้องใช้เวลาในการคัดเลือกหาผู้รับสัญญาโดยผ่านการประกวดราคา

การแข่งขันในอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ประกอบกับปัญหาด้านประสิทธิภาพในการดำเนินการ การขาดแคลนแรงงาน และต้นทุนค่าแรงที่สูงขึ้น ทั้งหมดเป็นความท้าทายที่สำคัญ ซึ่งบริษัทได้มีการพัฒนาศักยภาพในการแข่งขันให้ทันกับสภาพการณ์อยู่ตลอดเวลา โดยนอกจากการปรับเปลี่ยนทรัพยากรต่างๆ ภายในองค์กรครั้งใหญ่ โดยเฉพาะด้านทรัพยากรบุคคลในปี 2560 แล้ว ในปีที่ผ่านมาบริษัทได้นำ construction technology หรือ เทคโนโลยีด้านการก่อสร้างเข้ามาประยุกต์ใช้ในการทำงาน โดยนำ software platform เช่น Building Information Modeling (BIM) และ Mango ERP เข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพ software platform ที่มีอยู่เดิม นอกจากนั้นบริษัทยังมุ่งลดต้นทุนในการดำเนินงานในด้านต่างๆ โดยเฉพาะในส่วนของต้นทุนทางการเงินนั้น บริษัทได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กรจากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ที่ระดับ “BBB” (Triple B Straight) โดยมีแนวโน้มอันดับเครดิตที่ระดับ “Stable” หรือ “คงที่” ซึ่งอันดับเครดิตดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนศักยภาพในการแข่งขัน และ การเติบโตจากการลงทุนเชิงกลยุทธ์ของบริษัทที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ตลอดจนสนับสนุนการจัดหาแหล่งเงินทุน และช่วยให้การบริหารโครงสร้างและต้นทุนทางการเงิน

สำหรับปี 2562 สถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังมีปัจจัยเสี่ยงอยู่ที่ความชัดเจนของการเจรจาระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา ด้านเศรษฐกิจไทยมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระมัดระวัง คือ แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยโลก และค่าเงินบาท โดยภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2562 คาดว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ 4.1 ได้จากการที่มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ด้านการลงทุนภาคการก่อสร้างน่าจะขยายตัวได้จาก การลงทุนก่อสร้างในโครงการภาครัฐมีทิศทางที่จะเพิ่มขึ้นผ่านโครงการขนาดใหญ่ Mega projects ที่อยู่ในขั้นตอนประกวดราคาและคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2562 ที่มีวงเงินลงทุนรวมกว่า 1.03 ล้านล้านบาท ซึ่งในส่วนของบริษัท ได้มีการวางแผนทั้งในระดับนโยบายตลอดจนระดับปฏิบัติงานอย่างเข้มข้น และรัดกุม สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ เพื่อรักษาและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

ในนามคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหารและพนักงาน จะยังคงมุ่งมั่นที่จะช่วยกันทุ่มเทแรงกายแรงใจให้ผลการดำเนินงานสามารถบรรลุเป้าหมายและเติบโตดังที่บริษัทตั้งไว้ ขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้นและนักลงทุนที่ยังคงมอบความไว้วางใจ บริษัทหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการสนับสนุนจากท่านต่อไป โดยบริษัทจะยังคงดำเนินงานโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย (Stakeholders) เพื่อตอบแทนในความไว้วางใจของท่านที่มีให้กับบริษัทฯ ตลอดมา

(ดร.ธนู กุลชล)
ประธานกรรมการ